โรงช้างต้น

นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยที่ไ้ด้รับความไว้วางใจให้เป็น ที่ดูแลช้างสำคัญของพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 10 ช้าง และ 6 ช้างที่ได้มาพำนักอยู่ที่โรงช้างต้น ของศูนย์อนุัรักษ์ช้างไทย และจำนวน 4 ช้างพำนักอยู่ที่จังหวัดสกลนคร โรงช้างต้ันเป็นเขตห่วงห้ามสำหรับบุคคลภายนอก และช้างเหล่านั้นจะปรากฏต่อสายตาสาธารณชนในโอกาศสำคัญเท่านั้น

สำหรับคำถามที่ว่า ทำไมช้างต้นถึงมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมไทยนั้น มีความเชื่อว่าช้างต้นนั้นแสดงถึงความมั้งคั้งอุดมสมบรูณ์ของประเทศ  มีเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์หนึ่งในปี พศ 2092 มีสงครามระหว่างกษัตริย์พม่าต้องการช้างต้นจำนวน 7 ช้างซึ่งเป็นของพระมหาจักรพรรดิ์แห่งกรุงศรีอธุทยา ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น เทพเจ้าแห่งช้างเผือก ซึ่งช้างเผือกเคยอยู่ในธงประจำชาติไทยจนถึงปี พศ 2460 และปัจจุบันช้างเผือกยังเป็นธงประจำกองทัพเรือไทยอีกด้วย


ยังเป็นที่กังขาเกี่ยวกับช้างเผือกอยู่สองประการคือ ประการแรก ความรู้สึกของชาวตะวันตกว่า ช้างเผือกนั้นหมายถึงบางอย่างที่มีค่าสูงในแง่ของการบรรทุกของหนักในขณะที่ ชาวไทยสัตว์เหล่านี้มีคุณค่าที่ไม่สามารถประเมินได้ (ซึ่งช้างเหล่านั้นจะต้องถูกถวายให้กับเจ้าแผ่นดินเท่านั้น )

ประการ ที่สองคือ ช้างเหล่านั้นไม่ได้มีสีขาวเลย หรือว่าเผือกตามที่เข้าใจ แม้แต่ผู้เชียวชาญเกี่ยวกับช้างบอกว่าช้างเหล่ามีลักษณะเป็นสีเทา กระนั้น แม้แต่คนไทยทั่วไปยังเรียกสัตว์เหล่านี้ว่า ช้างเผือก แทนที่จะเรียกใ้ห้ถูกต้องว่า ช้างสำคัญ ซึ่งหมายถึงช้างมงคล

ซึ่งคุณสมบัติของช้างเผือกจะต้องไ้ด้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญจากราชวังเท่า นั้น และจะต้องมีการจัดวรรณะของช้างเผือกเหล่านั้นอีกด้วย โดยใช้กฏในสมัยโบราณ ผู้เชี่ยวชาญช้างจะแยกวรรณช้างออกเป็น 4 วรรณะ แต่ละวรรณะจะมีบ้านในป่าหิมะพาน โดยใช้ลักษณะใช้หลักเกณฐ์ทั้งเจ็ดอย่าง ในการเลือกช้างเหล่านั้นอยู่ในแต่ละวรรณะ