โรงช้างต้น

โรงช้างต้น

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชประสงค์ให้นำช้างต้นช้างสำคัญมาพักผ่อนอิริยาบถ         ณ โรงช้างต้น สถาบันคชบาลแห่งชาติ  จ.ลำปาง จำนวน ๖ ช้าง ๑ เชือก  โรงช้างต้น  ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร จำนวน ๓ ช้าง ๑ เชือก และช้างในพระอุปถัมภ์ฯ จำนวน 2 ช้าง รวมทั้งหมด 13 เชือก โดยมีกิจวัตรประจำวันคือ ออกกำลังกายในตอนเช้า และดำรงชีวิตในป่าในช่วงสาย-เย็น จากกนั้นจึงกลับมายืนโรงจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น

สำหรับคำถามที่ว่า ทำไมช้างต้นถึงมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมไทยนั้น มีความเชื่อว่าช้างต้นนั้นแสดงถึงความมั้งคั้งอุดมสมบรูณ์ของประเทศ  มีเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์หนึ่งในปี พศ 2092 มีสงครามระหว่างกษัตริย์พม่าต้องการช้างต้นจำนวน 7 ช้างซึ่งเป็นของพระมหาจักรพรรดิ์แห่งกรุงศรีอธุทยา ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น เทพเจ้าแห่งช้างเผือก ซึ่งช้างเผือกเคยอยู่ในธงประจำชาติไทยจนถึงปี พศ 2460 และปัจจุบันช้างเผือกยังเป็นธงประจำกองทัพเรือไทยอีกด้วย

ยังเป็นที่กังขาเกี่ยวกับช้างเผือกอยู่สองประการคือ ประการแรก ความรู้สึกของชาวตะวันตกว่า ช้างเผือกนั้นหมายถึงบางอย่างที่มีค่าสูงในแง่ของการบรรทุกของหนักในขณะที่ ชาวไทยสัตว์เหล่านี้มีคุณค่าที่ไม่สามารถประเมินได้ (ซึ่งช้างเหล่านั้นจะต้องถูกถวายให้กับเจ้าแผ่นดินเท่านั้น )

ประการ ที่สองคือ ช้างเหล่านั้นไม่ได้มีสีขาวเลย หรือว่าเผือกตามที่เข้าใจ แม้แต่ผู้เชียวชาญเกี่ยวกับช้างบอกว่าช้างเหล่ามีลักษณะเป็นสีเทา กระนั้น แม้แต่คนไทยทั่วไปยังเรียกสัตว์เหล่านี้ว่า ช้างเผือก แทนที่จะเรียกใ้ห้ถูกต้องว่า ช้างสำคัญ ซึ่งหมายถึงช้างมงคล

ซึ่งคุณสมบัติของช้างเผือกจะต้องไ้ด้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญจากราชวังเท่า นั้น และจะต้องมีการจัดวรรณะของช้างเผือกเหล่านั้นอีกด้วย โดยใช้กฏในสมัยโบราณ ผู้เชี่ยวชาญช้างจะแยกวรรณช้างออกเป็น 4 วรรณะ แต่ละวรรณะจะมีบ้านในป่าหิมะพาน โดยใช้ลักษณะใช้หลักเกณฐ์ทั้งเจ็ดอย่าง ในการเลือกช้างเหล่านั้นอยู่ในแต่ละวรรณะ

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย, จังหวัดลำปาง