 |
|
| |
 |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
ศูนย์บริบาลช้าง (บ้านปางหละ) เดิมคือศูนย์ฝึกลูกช้าง ตั้งอยู่ที่ บ้านปางหละ อ.งาว จ.ลำปาง เมื่อปี พ.ศ. 2512 โดยอดีตผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (นายอำนวย คอวนิช) เป็นผู้เริ่มก่อตั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะฝึกช้างให้รู้จักกับการทำไม้ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นโรงเรียนฝึกลูกช้างแห่งแรกของประเทศไทยและแห่งแรกของโลก เนื่องจากในสมัยนั้น ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ทรัพยากรป่าไม้โดยเฉพาะไม้สัก ซึ่งมีมากทางภาคเหนือ ไม้สักยังเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้น ๆ นำรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาล ในอดีตนั้น มีการทำสัมปทานป่าไม้อยู่ทั่วประเทศ ช้างจึงมีบทบาทในการชักลากไม้ออกจากป่า ในถิ่นธุรกันดารที่ถนนเข้าไม่ถึง นำมารวมหมอนไม้ในที่ที่มีถนนเข้าถึงและลำเลียงใส่รถบรรทุกขนส่งไปยังจุดหมาย บางส่วนก็ล่องลงมาตามแม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน ก่อนจะลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อลำเลียงเข้ากรุงเทพฯ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 รัฐบาลในสมัยนั้น ได้ประกาศปิดป่า และไม่ให้มีการสัมปทานการทำไม้ เนื่องจากพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยลดลงเป็นจำนวนมาก ผู้บริหารขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ได้พิจารณาแล้ว มีความเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฝึกลูกช้างไว้ใช้งานอีกต่อไปแล้ว องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จึงได้ย้ายศูนย์ฝึกลูกช้าง (บ้านปางหละ) ไปตั้งเป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยที่ ก.ม. 28 - 29 ถ.ลำปาง - เชียงใหม่ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง โดยดำเนินการนำช้างที่อยู่ในศูนย์ฝึกลูกช้าง รวมถึงนำช้างที่ตกงานจากการทำไม้ นำมาแสดงช้างให้นักท่องเที่ยวชม และศูนย์ฝึกลูกช้าง (บ้านปางหละ) แห่งเดิมซึ่งยังเป็นสถานที่มีสภาพป่าธรรมชาติและมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะที่จะใช้เป็นสถานที่เลี้ยงช้างอยู่ จึงได้จัดตั้งศูนย์แห่งนี้เป็น ศูนย์บริบาลช้างแทน เพื่อใช้เป็นสถานที่พักฟื้นและบริบาลช้างเจ็บป่วย ช้างชรา ช้างพิการต่าง ๆ
"ศูนย์บริบาลช้าง" เป็นสถานที่รองรับช้างที่หายจากการเจ็บป่วยจากโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย มาบริบาลพักฟื้นที่นี่ และยังใช้เป็นที่ดูแลช้างชรา , ช้างพิการ และช้างที่มีนิสัยดุร้าย รวมถึงช้างของกลางที่เจ้าหน้าที่ยึดได้จากการทำผิดกฎหมายต่าง ๆ เช่นทำไม้เถื่อน เพื่อดูแลรักษาให้ช้างมีชีวิตที่ยืนยาวออกไปอีกเท่าที่สามารถจะทำได้ เปรียบเสมือนเป็นบ้านหลังสุดท้ายของช้างไทย
เนื่องจากศูนย์บริบาลช้าง (บ้านปางหละ) ได้เห็นความสำคัญของช้างที่ล้ม (ตาย) ไปในศูนย์บริบาลช้างแห่งนี้ ซึ่งมาจากโรคชรา และจากสาเหตุอื่น ๆ จึงได้นำเอากระดูกช้างที่ล้ม (ตาย) ในป่า จำนวน 78 เชือก นำมารวมกันไว้ที่สุสานช้างขึ้น และได้จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ดวงวิญญาณแก่ช้างเหล่านี้ เป็นประจำทุกปี ในวันช้างไทย คือวันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี
ภารกิจสำคัญ
- เพื่อดูแลและเลี้ยงดูช้างชรา ที่ปลดชราจากการทำงาน
- เพื่อดูแลและเลี้ยงดูช้างบริจาค ช้างที่เจ้าของไม่สามารถดูแลได้
- เพื่อดูแลและเลี้ยงช้างดุร้าย ฆ่าคน
- เพื่อดูแลและเลี้ยงดูช้างของกลาง ในระหว่างดำเนินคดีป่าไม้
- รวบรวมความรู้และเป็นแหล่งภูมิปัญญาของคนเลี้ยงช้างท้องถิ่น
- โครงการบ้านหลังสุดท้ายของช้าง ปัจจุบันมีช้างในความดูแลจำนวน 28 เชือก
|
|
|
| |
|
|
|
วันที่ 21
สิงหาคม พ.ศ 2551 |
| |
ลิง้ค์ไปเวบไซต์ที่น่าสนใจ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|